พช.ยโสธร ร่วมพิธีเปิดงานประเพณีออกพรรษาที่บึงแก แห่ไฟโมงเมง ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2566
วันที่ 28 ตุลาคม 2566 เวลา 18.00 น.
นายศรี ศรีพุทธรินทร์ นายอำเภอมหาชนะชัย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ประเพณีออกพรรษาที่บึงแก แห่ไฟโมงเมง ระหว่างวันที่ 27-28 ตุลาคม 2566 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ นางวีระยา ผิวผ่อง นายกองค์กาบริหารส่วนตำบลบึงแก นายอุดรชัย เพ็ญเนตร ผู้ใหญ่บ้านบึงแก และ ชาวบ้านบึงแก ร่วมพิธีเปิด
ในการนี้ นางสาวพุทธิมาลย์ เชียรพิมาย พัฒนาการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วย
นายปภังกร สุขะเวชสุวรรณ พัฒนาการอำเภอมหาชนะชัย เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ร่วมพิธีเปิดฯ จากนั้น พัฒนาการจังหวัดได้เยี่ยมชม ให้กำลังใจ ผู้ผลิตผู้ประกอบการ OTOP ที่ร่วมนำสินค้ามาจำหน่ายในงานฯ
ทางอำเภอมหาชนะชัย ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลบึงแก ภาคราชการ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ได้ร่วมกันจัดขึ้นที่บริเวณศาลากลางหมู่บ้านบึงแก ตำบลบึงแก อ.มหาชนะชัย จังหวัดยโสธร เพื่อสืบสานประเพณีแห่ไฟโมงเมงถวายพุทธบูชาในวันออกพรรษา ให้คงอยู่คู่กับชุมชนและเพื่อเผยแพร่ประเพณี วัฒนธรรมส่งต่อแก่คนรุ่นใหม่ และส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย อันจะเป็นการสร้างรายได้ กระตุ้นขับเคลื่อนเศรษฐกิจแก่คนในชุมชนด้วย
ส่วนกิจกรรมภายในงานมีขบวนแห่ไฟโมงเมงและปราสาทผึ้ง การรำโมงเมง การประกวดอั่วกบ จำหน่ายสินค้าโอทอปจากชุมชน สินค้าทางวัฒนธรรม สินค้าที่ระลึกไฟโมงเมง สินค้าเกษตรอินทรีย์ การแสดงบนเวที ศิลปินดอกรักดวงมาลา และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
สำหรับ การจัดงานประเพณี ออกพรรษาที่บึงแก แห่ไฟโมงเมง เป็นประเพณีที่ชาวบ้านบึงแก จัดขึ้นในห้วงวันออกพรรษา โดยมีความเชื่อตามพุทธประวัติว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จขึ้นไปโปรดพระมารดาบนสรวงสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์ในระหว่างเข้าพรรษาและได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ในวันออกพรรษา พุทธศาสนิกชนต่างปิติยินดีในจริยวัตรของพระพุทธเจ้าจึงได้จุดประทีปโคมไฟถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยความเชื่อดังกล่าว ชาวบ้านบึงแกทุกครัวเรือนจึงได้ทำประทีปโคมไฟและตอนเย็นจะแห่ไปยังวัด จากนั้นจะนำโคมไฟโมงเมงมาจุดตามบ้านเรือน หรือแขวนตามซุ้มไม้หรือราวตามถนนเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยใช้โคมไฟที่ทำจากโครงไม้ไผ่ กรุด้วยกระดาษสี หรือ ผ้าสีสันสดใส แล้วนำเทียนไขหรือตะเกียงใส่ข้างใน เมื่อจุดจึงมีสีสันที่สวยงามตระการตา ซึ่งชาวบึงแกมีการแห่ไฟโมงเมงมาตั้งแต่บรรพบุรุษ และได้ส่งเสริมให้เป็นงานประเพณีที่สำคัญของท้องถิ่นเมื่อปี 2561 และจัดงานประเพณีติดต่อกันมาอย่างเนื่อง และว่างเว้นในช่วงโควิด-19 ระบาด